พลังงานหมุนเวียน คืออะไร?

พลังงานหมุนเวียน คืออะไร?

พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) เป็นพลังงานที่ไม่มีวันหมด สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้เรื่อย ๆ โดยพลังงานหมุนเวียนนั้นมีแหล่งกำเนิดมาจากธรรมชาติที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา เช่น แสงอาทิตย์ ลม น้ำ ความร้อนใต้พิภพ ชีวมวล และก๊าซชีวภาพ รวมไปถึงผลิตผลและวัสดุเหลือทิ้งจากการเกษตร เช่น ชานอ้อย แกลบ กากมันสำปะหลัง หรือมูลสัตว์ ก็สามารถนำมาใช้ในการผลิตพลังงานหมุนเวียนได้เช่นกัน

ในปัจจุบัน พลังงานหมุนเวียนเป็นอีกหนึ่งพลังงานทางเลือกที่คนส่วนใหญ่นิยมนำมาใช้แทนการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล อย่างเช่น น้ำมัน ถ่านหิน หินน้ำมัน ทรายน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นพลังงานที่ใช้แล้วหมดไป พลังงานหมุนเวียนจึงถือว่าเป็นพลังงานสะอาด ไม่ก่อมลพิษ อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยมาก ๆ เพราะพลังงานเหล่านี้จะไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทั้งยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน เป็นการลดการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ และยังสามารถส่งเสริมให้คนในสังคมมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

โดยพลังงานหมุนเวียนนั้นมีอยู่ด้วย 5 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้

  1. พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy)

เป็นพลังงานสะอาดที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน โดยส่วนใหญ่จะนิยมนำมาผลิตไฟฟ้าโดยใช้เซลล์แสงอาทิตย์ หรือ โซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ผลิตมาจากสารกึ่งตัวนำประเภทซิลิคอน โดยเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าได้โดยตรง และไฟฟ้าที่ได้จากเซลล์แสงอาทิตย์จะเป็นไฟฟ้ากระแสตรง (DC)

  1. พลังงานลม (Wind Energy)

กระแสลม สามารถนำมาใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าได้ โดยการนำลมมาใช้ร่วมกับเทคโนโลยีกังหันลม เมื่อกระแสลมพัดมาปะทะกับใบพัดของกังหันลม กังหันลมจะทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานลมที่อยู่ในรูปของพลังงานจลน์ให้กลายเป็นพลังงานกล จากนั้น จึงนำพลังงานกลจากการหมุนนี้ไปใช้งาน ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้จะขึ้นอยู่กับความเร็วของลม ความยาวของใบพัด และสถานที่ติดตั้งกังหันลม

  1. พลังงานน้ำ (Hydropower) 

พลังงานน้ำสามารถนำมาผลิตไฟฟ้าได้ โดยการนำกระแสน้ำที่ได้จากแหล่งธรรมชาติมากักเก็บเอาไว้ในเขื่อน และส่งต่อไปยังท่อน้ำ ผ่านเครื่องปั่นกังหันน้ำ และส่งไปยังเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เพื่อผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า พลังงานที่ได้จะขึ้นอยู่กับความสูงของน้ำและอัตราการไหลของน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิตไฟฟ้า

  1. พลังงานความร้อนใต้พิภพ (Geothermal Energy)

เป็นแหล่งพลังงานธรรมชาติที่ถูกกักเก็บอยู่ใต้พื้นผิวโลก ส่วนใหญ่นิยมนำมาใช้ในการสร้างพลังงานความร้อนให้กับอาคารบ้านเรือน ท้องถนน พื้นที่สาธารณะ รวมไปถึงนำมาใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งการจะนำพลังงานความร้อนใต้พิภพมาใช้ในการผลิตไฟฟ้านั้น สามารถทำได้โดยการนำน้ำร้อนที่ได้ไปถ่ายเทความร้อนให้กับของเหลวหรือสารทำงานที่มีจุดเดือดต่ำ จนกระทั่งเดือดเป็นไอ แล้วนำไอนี้ไปหมุนกังหันที่มีเพลาเชื่อมต่อกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าอีกที เพื่อนำไปใช้ในการผลิตไฟฟ้า

  1. พลังงานชีวมวล (Biomass)

เป็นพลังงานที่ถูกกักเก็บอยู่ในรูปของสารอินทรีย์ ที่ได้มาจากเศษวัสดุเหลือใช้จากการเกษตร หรือกระบวนการผลิตทางอุตสาหกรรม และพืชพลังงาน รวมไปถึงขยะในชุมชน และมูลสัตว์ มาใช้เป็นเชื้อเพลิงเผาไหม้ ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและเป็นแหล่งพลังงานความร้อน

สิ่งสำคัญนอกเหนือจากศึกษาเรื่องรถแล้ว การติดตั้งที่ชาร์จรถยนต์ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน
เพราะจำเป็นต้องปรับปรุงระบบไฟฟ้าทุกครั้ง เพื่อลดความเสียหายให้กับรถของคุณ
Thai ev charge คือ ผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ
ด้านการวางระบบไฟฟ้า มากกว่า 8 ปี เพื่อรองรับการติดตั้งที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า
– ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการติดตั้งที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าและวางระบบไฟฟ้า ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
– ปรับปรุงระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับการติดตั้งรถยนต์ไฟฟ้า รับประกันงาน 90 วัน
– ออกแบบ ติดตั้งได้มาตราฐาน กฟน. รับประกันงาน 90 วัน
– ช่างพร้อมให้บริการภายใน 1 ชม. ถึงบ้านลูกค้าไม่ต้องรอนาน
คิดจะติดตั้งที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า คิดถึงเรา Thaievcharge ครบเครื่องเรื่องไฟ ใส่ใจคุณและรถ
โทร. 092-424-5335 หรือแอดไลน์ Line-ID: @Thaiev

ทำไมต้องปรับปรุงระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับการติดตั้งที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

THAI EV